ข้อมูลควรรู้ เกี่ยวกับ เครดิตบูโร

หลายคนคงสงสัยว่าเครดิตบุโรคืออะไร ใครเป็นผู้ดูแล เครดิตบุโรนั้น ดูและโดย บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ซึ่งจะคอยตรวจสอบข้อมูลทางการเงินจากสถาบันการเงินต่างๆ ทั้ง ธนาคาร และไม่ใช่ธนาคาร ที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น Aeon เป็นต้น เพื่อคอยครวจสอบประวัติการเงินของคุณ ว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ ชำระเงินตรงเวลาหรือไม่ และเป็นองค์กรกลางที่เมื่อจะทำธุรกรรมใดๆ ทางสถาบันการเงินนั้นจะส่งชื่อไปตรวจสอบประวัติที่นี่ทุกครั้ง

แล้วบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เอาข้อมูลเรามาจากไหนละ? เมื่อคุณทำธุรกรรมการเงินด้านการขอสินเชื่อไม่ว่าจะเป็น สมัครบัตรเครดิต การกู้ซื้อที่ดิน บ้าน คอนโด การทำประกันภัย กู้ซื้อรถยนต์ และการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ บางคนไม่เข้าใจว่าแล้วการซื้อขายหลักทรัพย์เกี่ยวอะไรด้วย? เนื่องจากบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์มีแบบเติมเงิน หรือ Cash Balance บัญชีประเภทนี้ไม่ต้องใช้ข้อมูลเครดิตบุโร ส่วนบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แบบเครดิต นักลงทุนจะสามารถซื้อหลักทรัพย์ได้เลยโดยไม่ต้องโอนเงินมาเข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เหมือนบัญชี Cash Balance แต่บัญชีประเภทนี้จะต้องใช้ข้อมูลเครดิตบุโร

กรณีที่มีประวัติการชำระเงินไม่ดี คนทั่วไปมักเรียกว่าติด Blacklist แต่ในความจริงคือผู้ที่มีเงินที่ค้างชำระเกิน 90 วัน (ไม่รวมกรณีผ่อนชำระบัตรเครดิต) ดังนั้นหากมีประวัติการชำระเงินล่าช้าเกิน 90 วัน โอกาสที่จะขอกู้ธนาคารในครั้งต่อไปก็จะมีโอการถูกปฏิเสธจากสถาบันการเงินมากขึ้น แต่ข้อบูลเครดิตบุโรจะมีอายุเพียง 3 ปี กรณีที่ลูกหนี้ไม่เคยผิดนัดชำระ หากเคยมีการผิดนัดชำรำ จะมีอายุข้อมูล 5 ปี ดังนั้น ผู้ที่เคยมีประวัติดีก็มีโอกาสแก้ไขใหม่ได้ และนี่ก็เป็นข้อมูลที่ควรรู้ เกี่ยวกับ เครดิตบุโร

แต่ในส่วนของ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่หลายคนยังเข้าใจว่าหากค้างชำระ ข้อมูลก็จะเข้าไปอยู่ในเครดิตบุโรด้วย ที่จริงไม่เกี่ยวกัน เนื่องจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ หรืออินเตอร์เน็ต ไม่ได้เป็นสมาชิกกับ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด นั่นเอง

ข้อมูลที่ควรรู้ เกี่ยวกับ เครดิตบุโรที่สำคัญกับตัวคุณเองและไม่ควรพลาดคือ บ่อยครั้งที่ผู้ใช้บริการ ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินไม่ตรวจสอบข้อมูลที่ได้นับจากรายงานเครดิตบุโรที่ส่งมา เช่น ข้อมูลอาจยังไม่อัพเดท เป็นต้น เนื่องจากปกติธนาคารจะส่งข้อมูลเข้าไปอัพเดทเพียงเดือนละครั้ง จึงทำให้หากคุณไปขอกู้กับธนาคารอื่นหลังจากปิดบัญชีเงินกู้ไปหากตรวจสอบจะพบสถานะว่ายังเป็นหนี้ สามารถทำเรื่องขอโต้แย้งข้อมูลได้เลย เพื่อความถูกต้อง และรวดเร็วยิ่งขึ้น