วิธีง่ายๆให้กู้อะไรก็ผ่านฉลุย ถ้ารู้วิธีปั้นเครดิต

ความใฝ่ฝันที่จะมีบ้าน มีรถเป็นของตัวเอง เป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องการและอยากได้มาครอบครอง แต่ราคาบ้านราคารถยนต์ในสมัยนี้ค่อนข้างที่จะสูง การที่จะนำเงินสดมาซื้อก็ดูเป็นเรื่องยากเพราะบางครั้งระยะเวลาในการเก็บเงินนั้นค่อนข้างนาน บวกด้วยราคาของทรัพย์สินเหล่านี้มีแต่จะขึ้นราคาไปทุกวัน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือการขอกู้เงินจากธนาคารและค่อยทยอยผ่อนคืน แบบนั้นดูจะสะดวกกว่า แต่ในการกู้นั้นใช่ว่าจะกู้ได้ทุกคนเพราะอาจจะมีบางคนที่มีคุณสมบัติพร้อมแต่ก็ยังกู้ไม่ผ่าน เพราะด้วยประวัติทางการเงินของตนเองไม่ค่อยสวย ดังนั้นวันนี้เรามีวิธีง่ายๆกู้อะไรก็ผ่านฉลุย ถ้ารู้วิธีปั้นเครดิตมาบอกกัน

  1. การสร้างความเคลื่อนไหวทางการเงินในบัญชีของท่าน เพราะทางธนาคารจะดูความเคลื่อนไหวทางการเงินย้อนไป 6 เดือน เพื่อดูว่าคุณมีรายได้ประจำไหม สามารถที่จะผ่อนค่างวดให้เขาไหวหรือเปล่านั่นเอง ดังนั้นเราต้องมีเงินเข้ามาในบัญชีอยู่สม่ำเสมอ และควรมีเงินติดบัญชีบ้างเป็นวิธีการที่กู้อะไรก็ผ่านฉลุย ถ้ารู้วิธีปั้นเครดิตที่ควรทำ
  2. การจ่ายบิลที่ตรงเวลา ไม่ว่าจะเป็นบิลค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าบัตรเครดิต เป็นต้น เพราะเมื่อเริ่มยื่นเรื่องกู้ แน่นอนว่าทางธนาคารจะดูประวัติการชำระหนี้ของคุณอย่างละเอียดว่ามีความเป็นมาอย่างไร เคยค้างค่างวดไหม เพราะหากประวัติเรื่องนี้ไม่ดี ก็อาจจะทำให้การกู้เงินของคุณยากขึ้น
  3. การใช้บัตรเครดิต เป็นอีกหนึ่งวิธีการสร้างเครดิตของการกู้อะไรก็ผ่านฉลุย ถ้ารู้วิธีปั้นเครดิตเพราะการใช้บัติเครดิตอย่างสม่ำเสมอ และมีการจ่ายเงินคืนเป็นประจำ จะเป็นการการันตีได้ว่าหากคุณกู้เงินจากธนาคารไปแล้ว คุณเองจะความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นอย่างแน่นอน
  4. เอกสารยืนยันอาชีพ เป็นอีกหนึ่งวิธีการกู้อะไรก็ผ่านฉลุย ถ้ารู้วิธีปั้นเครดิต คือควรที่จะยื่นเอกสารที่เป็นตัวจริง เช่น สลิปเงินเดือน ใบรับรองการทำงานที่มีชื่อบริษัทประทับอยู่ด้านบนกระดาษหรือตราครุฑสำหรับข้าราชการ และกรณีที่เป็นผู้ที่มีกิจการส่วนตัวจะต้องมีเอกสารรับรองว่าได้ทำธุรกิจตัวนนี้มานานกว่า1 ปีแล้ว เพราะเอกสารประเภทนี้จะเป็นตัวที่ยืนยันได้ว่า หากคุณกู้เงินผ่านแล้วคุณสามารถที่จะผ่อนชำระได้แน่นอน

วิธีการเหล่านี้เป็นเทคนิคในการกู้อะไรก็ผ่านฉลุย ถ้ารู้วิธีปั้นเครดิต ซึ่งหลายคนทำแล้วได้ผล แต่เหนือสิ่งอื่นใดก่อนที่จะตัดสินใจกู้เงินจากธนาคารสิ่งหนึ่งที่คุณควรจะรู้ก่อนเลยนั่นก็คือความสามารถในการผ่อนของคุณว่า คุณจะสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้ได้ไหมในแต่ละเดือนหากได้ก็ดำเนินเรื่องได้เลย